วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การปลูกและดูแลรักษาย่านาง

การปลูกและดูแลรักษาย่านาง


เดิมนั้นเถาย่านางมักขึ้นอยู่เองตามป่า แต่อยากปลุกก็ไม่ยากเพียงแค่เพราะเมล็ดหรือขุดเอารากที่เป็นหัวไปปลูกในที่ ใหม่ รดน้ำให้ฉ่ำชุ่ม สักพักเถาย่านางก็จะคลี่กางเลื้อยขึ้นพันค้างที่เตรียมไว้ หรือหากไม่มีค้างก็มักเลื้อยพันต้นไม้อื่นที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งก็ไม่ถือเป็นเรื่องลำบากยากเย็นสำหรับเถาย่านาง เพราะเดิมนั้นเถาย่านางเป็นไม้ป่าจึงไม่กลัวความลำบากลำบน อดทนเป็นเยี่ยมและเติบโตได้ในทุกสภาพดินและสภาพอากาศทุกฤดูกาล หากอยากได้บรรยากาศเมืองร้อนแลป่าฝนก็ปลูกชมใบสีเขียวก็ดี

เทคนิคการทำนํ้าย่านาง

เทคนิคการทำนํ้าย่านาง


1.ก่อนอื่น ซื้อใบย่านางจากตลาดมาก่อน ถุงเบ้อเริ่ม ราคาแค่สิบบาท แล้วก็เอามาล้างดินออก เด็ด เลือกใบสวยๆ มาจากเถาของย่านาง



2. เอามาล้างทีละใบอย่างหมดจด   แล้วก็เอามาแช่น้ำอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจว่าสะอาด

3.เตรียมน้ำอุ่น ประมาณ 70 องศา (ไม่ควรเกินกว่านี้ เพราะจะกลายเป็นใบย่านางต้ม)
                                                                       
4. เพื่อฆ่าเชื้อโรคและพยาธิ ที่ติดมากับใบ เอาใบย่านางมา พลาสเจอร์ไรซ์  โดยเอามาลวก แป๊บเดียวนะคะ  เดี๋ยวเสียคุณค่าของคลอโรฟิลล์



5. เอามาใส่ในน้ำดื่มสะอาด เตรียมคั้นด้วยมือครับ (hand made จริงๆ)


6. คั้นแหลก !!!!!!~   ขยี้ๆๆๆๆๆๆ

7.เติมน้ำใบเตยปั่น เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม                                

8. กรองๆๆๆๆๆๆๆ  จนได้น้ำเขียว ใส ปิ๊งๆๆๆๆๆ พร้อมดื่ม

9. กรอกใส่ภาชนะ

ย่านางทำเป็นอาหาร

แกงหวายใบย่านาง

วัตถุดิบ:1. หวาย (ลำต้นอ่อน)
2. ไก่
3. ผักสะแงะ
4. ใบแมงลัก
5. พริกสด
6. เกลือป่น
7. น้ำใบย่านาง
8. น้ำปลา
9. ข้าวเบือ (ข้าวเหนียวแช่น้ำ โขลกละเอียด) 

ขั้นตอนการทำ
1. หวายปอกเปลือกและหนามแหลมออก เลือกแต่ลำต้นอ่อน ตัดเป็นชิ้นๆ แช่น้ำไว้ไม่ให้หวายดำ
2. ต้มหวายและเทน้ำออกเพื่อให้หายขม (สำหรับคนไม่ชอบรสขม) แต่คนไม่นิยมต้มก่อนเพราะชอบรสขมเนื่องจากเชื่อว่าเป็นยา
3. พริกสด ข้าวเบื่อ เกลือ โขลกเข้าด้วยกัน ข้าวเบื่อทำให้น้ำแกงข้น
4. ใบย่านางนำไปขยี้ใส่น้ำ กรองเอาแต่น้ำ ใส่หม้อต้มจนเดือด จากนั้นใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ เนื้อไก่ เมื่อไก่สุกใส่หวาย
5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา (ใส่น้ำปลาร้าด้วย) ใส่ผักสะแงะ (ผักพื้นบ้านช่วยแต่งกลิ่น) ตามด้วยใบแมงลัก


แกงขี้เหล็กใบย่านาง

ส่วนผสม
ใบขี้เหล็กที่ต้มแล้ว (ต้มรินน้ำทิ้ง 2 ครั้ง) 500 กรัม
หนังวัวหรือหนังควาย เผาหรือต้มหั่น หรือไข่มดแดง 200 กรัม
น้ำใบย่านาง 3 ถ้วยตวง
ต้นหอมตัดท่อนสั้น 1/4 ถ้วยตวง
ใบอีตู่ (แมงลัก) 1/4 ถ้วยตวง
ตะไคร้ ตัดท่อนยาว 2 นิ้ว 2 - 3 ชิ้น
ส่วนผสมน้ำพริกแกง
พริกแห้งหรือพริกสด 15 เม็ด
หัวหอมแดง 10 หัว
ตะไคร้หั่นฝอย 7 - 8 ต้น
เกลือ 2 ช้อนชา
น้ำปลาร้า 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
โขลกตะไคร้ พริกแห้งหรือพริกสด หัวหอมแดงพอหยาบ ๆ ใส่เกลือ
นำน้ำใบย่านางที่โขลก ใส่หม้อตั้งไฟใส่ใบขี้เหล็ก คนให้เข้ากัน ใส่ตะไคร้ พอเดือดปรุงรสด้วย น้ำปลาร้า น้ำปลา ใส่หนังวัวหั่นหรือไข่มดแดง ต้มต่อไปให้เดือดอีกครั้ง ชิมรส ใส่ผักแต่งกลิ่น ต้นหอม อีตู่ ยกลงรับประทาน
หมายเหตุ
ส่วนผสมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

เครื่องปรุง
- ใบขี้เหล็กอ่อนต้ม 3 ถ้วยแกง
- เอ็นวัวต้มเปื่อย 1/2 ถ้วยแกง
- ข้าวเบือ 2ช้อนแกง
- น้ำปลา 3ช้อนแกง
- น้ำปลาร้า 3 ช้อนแกง
- ชะอม 1/2 ถ้วยแกง
- ใบแมงลัก 1ถ้วยแกง
- หอมสด 3-4 ต้น
- น้ำใบย่านางข้น 3ถ้วย
- ใบมะกรูด 3-4ใบ และ หอมแดงแห้ง กระเทียม หอมดแงแห้งเผา ตระไคร้ ข่า พริกสด กระเทียมเผา
วิธีทำ
- ใบขี้เหล็กอ่อนล้างน้าให้สะอาด นำเอาใบอ่อนและยอดไปต้มให้หายขมประมาณสอง ครั้งแล้วบีบน้ำออก
- โขลกเครื่องแกงให้ละเอียด หอมแห้งกระเทียมนำมาเผาแล้วปลอกเปลือก
- ข้าวสารแช่น้ำ โขลกร่วมกับใบย่านางละลายน้ำคั้นให้ข้นๆ 3 ถ้วยแกง
- นำใบย่านางต้มใส่เครื่องแกงที่โขลก และที่เผา ใส่ขี้เหล็กน้ำปลาน้ำปลาร้าเอ็นวัวเนื้อวัวต้มเปื่อย ข้าวเบือพอเดือดใส่ชะอม ใบแมงลักหอมสด ปิดฝารอรับประทาน
เคล็ดไม่ลับ
- ใช้หมูไก่ แทนเนื้อวัวได้
- การต้มใบขี้เหล็กควรใช้ไฟแรง เวลาต้มไม่ต้องคนพอเดือดรีบเทน้ำทิ้งแล้ว ต้มใหม่สองครั้ง
- ถ้าแกงขี้เหล็กแบบมันใช้ กระทิแทนย่านาง ใส่เครื่องแกงเผ็ดแทนพริกสด
คุณค่าอาหาร
โปรตีน เกลือแร่ วิตามิน

ซุปหน่อไม้ใบย่านาง


ส่วนประกอบ

หน่อไม้รวกขูดเป็นเส้นฝอย 300 กรัม
ใบย่านาง 20 ใบ
น้ำคั้นจากใบย่านาง 2 ถ้วย
น้ำปลาร้า 1/2ถ้วย
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
มะนาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่งซอย 2 ต้น
ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ใบสะระแน่เด็ดเป็นใบ 1/2ถ้วย
พริกป่น 8 กรัม
งาขาวคั่ว 8 กรัม
ข้าวเหนียว 15 กรัม


กรรมวิธี

1. นำหน่อไม้สดมาเผาไฟให้สุก ลอกกาบที่ไหม้ไฟออกและล้างน้ำสะอาด นำหน่อไม้มาขูดด้วยปลายมีด หรือช้อนซ่อมทำเป็นเส้นยาวๆ
2. นำใบย่านางมาล้างให้สะอาดโขลกและนำมาคั้นกรองเอาน้ำที่ข้นจัด 2 ถ้วย
3. นำข้าวเหนียวที่แช่น้ำสักครู่ มาโขลกให้ละเอียด
4. นำเครื่องปรุงที่เตรียมไว้จากข้อ 1-3 ใส่ในหม้อและคนให้เข้ากันยกขึ้นตั้งไฟจนเดือดสักครู่ ใส่น้ำปลาร้า เกลือ น้ำปลา ยกลงและทิ้งไว้ให้หายร้อนหรือขณะอุ่นอยู่
5. ปรุงรสด้วยมะนาว พริกป่น คลุกเคล้าให้เข้ากันตักใส่จานโรยหน้าด้วยงาคั่ว ต้นหอม ผักชีฝรั่ง ใบสะระแน่ รับประทานกับผักสด

ย่านางกับการรักษาโรค

ย่านางกับการรักษาโรค

ย่านาง เป็นพืชสมุนไพร ที่ใช้เป็นอาหาร และ เป็นยามาตั้งแต่โบราณ
หมอยาโบราณอีสาน เรียกชื่อทางยาของย่านางว่า
" หมื่นปี บ่ เฒ่า แปลเป็นภาษาภาคกลางว่า " หมื่นปีไม่แก่ "
..................................
ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ใช้ใบย่านางแก้ไขปัญหาสุขภาพ จนมีผลให้อาการเจ็บป่วยทุเลาเบาบางลง
- เนื้องอกในมดลูก มดลูกโต ตกเลือด ตกขาว ปวดตามร่ายกาย
- มะเร็งปอด
- มะเร็งตับ
- มะเร็งมดลูก
- โรคหัวใจ โรคไต โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เนื้องอกในเต้านม
- เบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ขับสารพิษ
- ภูมิแพ้ ไอ จาม
- เริ่ม งูสวัด
- ตุ่มผื่นคันที่แขน
- อาการปวดแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ
- นอนกรน ไตอักเสบ
- อาการปวดขาที่แขน
- เล็บมือผุ
- เก๊าต์

วิธีใช้
ใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิล คุ้มครองเซลล์ ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล
บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุล แบบร้อนเกิน ดังนี้
เด็ก ใช้ใบย่านาง 1-5 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว 200-600 ซีซี
ผู้ใหญ่ ที่รูปร่างผอม บางเล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บาง เล็กทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วน ตัวตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

โดยใช้ใบย่านางสดโขลกให้ละเอียดแล้วเติมน้ำ หรือ ขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น
( แต่การปั่นในเครื่องปั่นไฟฟ้า จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง เนื่องจากความร้อนจะไปทำลายความเย็น
ของย่านาง ) แล้วกรองผ่านกระชอนเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 แก้ว วันละ 2-3 เวลาก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง
หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ เพราะถ้าเกิน 4 ชั่วโมง มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม
แต่ถ้าแช่ในตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วัน โดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก
......................................
นอกจากนี้แล้ว
ยังสามารถใช้น้ำย่านางมาสระผม ช่วยให้ศีรษะเย็น ผมดกดำหรือชลอผมหงอก
ผสมดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากให้เหลวพอประมาณ ทาสิว ฟ้า ตุ่ม ผื่นคัน พอกฝีหนอง

คุณประโยชน์เพื่อความสวย

ใบ “ย่านาง” กับสูตรลดอ้วน

โรคอ้วน เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่มีสถิติผู้เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการตามใจ ปาก กินหรือบริโภคแบบไม่บันยะบันยัง เพียงแค่ยึดหลักให้ อร่อยลิ้นเป็นฟาดเรียบจนพุงกาง และปัจจัยอีกอย่างหนึ่งมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปมีไขมันสูง แป้งหรือน้ำตาลเยอะ ผักผลไม้รับประทานน้อย หรือบางคนไม่กินเลย เผลอแผล็บเดียวน้ำหนักเพิ่มขึ้น ตัวอ้วนกลมปุ๊ก คิดจะลดน้ำหนักให้เหลือเท่าเดิมก็สายเกินไป ลดได้ยากแล้ว ถึงตอนนี้โรคต่างๆก็จะตามมา หลายโรค ดังนั้นจึงควรระวังในเรื่องการกิน อย่าได้ตามใจปากอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสมุนไพร มีสูตรใช้ลดความอ้วนมากมายหลายสูตรและสูตร ที่ทำง่ายๆและได้ผลดีได้แก่ วิธีเอา “ย่านาง” ทั้งต้น มีขายตามแผงขายพืชผักพื้นบ้าน ตามตลาดสดทั่วไป เป็นกำ กำละ 5-10 บาท ใช้ทั้งกำล้างน้ำให้สะอาดต้มน้ำท่วมยาจนเดือด ดื่มขณะอุ่น 3 เวลาก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ครั้งละ 1 แก้ว ต้มกินจนยาจืด ทำกินเรื่อยๆจะช่วยให้น้ำหนักค่อยๆลดลงได้ แต่ไม่ใช่ลดแบบฮวบฮาบ เมื่อน้ำหนักอยู่ ในระดับที่ต้องการแล้ว จะหยุดกินก็ได้ ข้อสำคัญต้องควบคุมอาหารด้วยจะได้ผลดี และเร็ว

รสและคุณค่าทางโภชนาการ

รสและคุณค่าทางโภชนาการ
ใบย่านางรสจืด
คุณค่าทางโภชนาการ ข้อมูลจากหนังสือ Thai Food Composition Institute of Nutrition, Mahidol University (สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล) พบว่า ปริมาณสารสำคัญที่มีมากและโดดเด่นในใบย่านาง คือ ไฟเบอร์ แคลเซี่ยม เหล็ก เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ

ใบย่านาง 100 กรัม ให้คุณค่าโภชนาการดังนี้
พลังงาน 95 กิโลแคลอรี่
เส้นใย 7.9 กรัม
แคลเซี่นม 155 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม
เหล็ก 7.0 มิลลิกรัม
วิตามินเอ 30625 IU
วิตามินบีหนึ่ง 0.03 มิลลิกรัม
วิตามินบีสอง 0.36 มิลลิกรัม
ไนอาซิน 1.4 มิลลิกรัม
วิตามินซี 141 มิลลิกรัม
หรือโปรตีน 15.5 เปอร์เซนต์
ฟอสฟอรัส 0.24 เปอร์เซนต์
โพแทสเซี่ยม 1.29 เปอร์เซนต์
แคลเซี่ยม 1.42 เปอร์เซนต์
ADF 33.7 เปอร์เซนต์
NDF 46.8 เปอร์เซนต์
DMD 62.0 เปอร์เซนต์
แทนนิน 0.21 เปอร์เซนต์

ประโยชน์ทางอาหาร
ย่านาง มีทุกฤดูกาล ให้ยอดมากในฤดูฝน และให้ผลในฤดูแล้ง
ส่วนที่กินและการปรุงอาหาร
คนไทยนิยมใช้ใบย่านางคั้นเอาน้ำปรุงอาหาร ต่างๆ เช่น แกงหน่อไม้ ซุบหน่อไม้ (ย่านางสามารถต้าน พิษกรดยูริกในหน่อไม้ได้) แกงอ่อม แกงเห็ด หรือขยี้ใบสดกับหมาน้อย รับประทานถอนพิษร้อนต่างๆ

สรรพคุณทางยา

สรรพคุณทางยา

สารเคมีที่สำคัญ
รากย่านางมี isoquinolone alkaloid ได้แก่ Tiliacorine, Tiliacorinine, Nortiliacorinine A, Tiliacotinine 2-N-oxde และ tiliandrine, tetraandrine, D-isochondendrine (isberberine)
การทดลองทางห้องปฏิบัติการ
จากการทดลองพบว่าสารสกัดจากรากย่านางมีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรียชนิด ฟัลซิพารัมในหลอดทดลอง
ใบ รสจืดขม รับประทาน ถอนพิษผิดสำแดง แก้ไข้ ตัวร้อน แก้ไข้รากสาด ไข้พิษ ไข้หัว ไข้กลับซ้ำ ใช้เข้ายาเขียว ทำยาพอก ลิ้นกระด้าง คางแข็ง กวาดคอ แก้ไข้ฝีดาษ ไข้ดำแดงเถา
ราก รสจืดขม กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ ปรุงยาแก้ไข้รากสาด ไข้กลับ ไข้พิษ ไข้ผิดสำแดง ไข้เหนือ ไข้หัวจำพวกเหือดหัด สุกใส ฝีดาษ ไข้กาฬ รับประทานแก้พิษเมาเบื่อแก้เมสุรา แก้พิษภายในให้ตกสิ้น บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้โรคหัวใจบวม ถอนพิษผิดสำแดง แก่ไม่ผูก ไม่ถ่าย แก้กำเดา แก้ลม
ทั้งต้น ปรุงเป็นยาแก้ไข้กลับ

1. แก้ไข้
ใช้รากย่านางแห้ง 1 กำมือ ประมาณ 15 กรัม ต้มกับน้ำ 2 แก้วครึ่ง เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว ให้ดื่มครั้งละ ? แก้ว ก่อนอาหาร 3 เวลา

2. แก้ป่วง (ปวดท้องเพราะกินอาหารผิดสำแดง)
ใช้รากย่านางแดงและรากมะปรางหวาน ฝนกับน้ำอุ่น แต่ไม่ถึงกับข้น ดื่มครั้งละแก้วต่อครั้ง วันละ 3-4 ครั้ง หรือทุกๆ 2 ชั่วโมง ถ้าไม่มีรากมะปรางหวาน ก็ใช้รากย่านางแดงอย่างเดียวก็ได้ หรือถ้าให้ดียิ่งขึ้น ใช้รากมะขามฝนรวมด้วย

3. ถอนพิษเบื่อเมาในอาหาร เช่น เห็ด กลอย ใช้รากย่านางต้นและใบ 1 กำมือ ตำผสมกับข้าวสารเจ้า 1 หยิบมือ เติมน้ำคั้นให้ได้ 1 แก้ว กรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่เกลือและน้ำตาลเล็กน้อยพอดื่มง่ายให้หมดทั้งแก้ว ทำให้อาเจียนออกมา จะช่วยให้ดีขึ้น

4. ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้
ใช้หัวย่านางเคี่ยวกับน้ำ 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วนดื่มครั้งละ ? แก้ว

การใช้เป็นยาพื้นบ้านในภาคอีสาน

1. ใช้ราก ต้มเป็นยาแก้อีสุกอีใส ตุ่มผื่น
2. ใช้รากย่านางผสมรากหมาน้อย ต้มแก้ไข้มาลาเรีย
3. ใช้ราก ต้มขับพิษต่างๆ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ย่านาง
วงศ์ MENISPERMACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์   Tiliacora triandra (Colebr.) Diels
ชื่อพื้นเมือง
ภาคกลาง        เถาย่านาง, เถาหญ้านาง, เถาวัลย์เขียว, หญ้าภคินี
เชียงใหม่        จ้อยนาง, จอยนาง, ผักจอยนาง
ภาคใต้            ย่านนาง, ยานนาง, ขันยอ
สุราษฎร์ธานี   ยาดนาง, วันยอ
ภาคอีสาน       ย่านาง
ไม่ระบุถิ่น        เครือย่านาง, ปู่เจ้าเขาเขียว, เถาเขียว, เครือเขางาม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น เป็นไม้เถาว์เลื้อย เกี่ยวพันไม้อื่น เป็นเถาว์กลมๆ ขนาดเล็ก แต่เหนียว มีสีเขียว เมื่อเถาว์แก่จะมีสีเข้ม บริเวณเถาว์มีข้อห่างๆ เถาอ่อน มีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่แล้วผิวค่อนข้างเรียบ
ราก มีหัวใต้ดิน รากมีขนาดใหญ่
ใบ เป็นใบเดี่ยวคล้ายใบพริกไทย ออกติดกับลำต้นแบบสลับ รูปร่างใบคล้ายรูปไข่ หรือรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย  ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ในภาคใต้ใบค่อนข้างเรียวยาวแหลมกว่า สีเขียวเข้ม หน้าและหลังใบเป็นมัน
ดอก ออกตามซอกใบ ซอกโคนก้าน จากข้อเถาว์แก่เป็นช่อยาว 2-5 ซม. ช่อหนึ่งๆ มีดอกขนาดเล็กสีเหลีอง 3-5 ดอก ออกดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ขนาดโตกว่าเมล็ดงาเล็กน้อย ต้นเพศผู้จะมีดออกสีน้ำตาล อับเรณูสีเหลืองอ่อน ดอกย่อยของต้นเพศผู้จะมีขนาดเล็ก ก้านช่อดอกมีขนสั้นๆ ละเอียด ปกคลุมหนาแน่น ออกดอกช่วงเดือนเมษายน
ผลรูปร่างกลมเล็ก ขนาดเท่าผลมะแว้ง สีเขียว เมื่อแก่กลายเป็นสีเหลืองอมแดง หรือสีแดงสด และกลายเป็นสีดำในที่สุด
เมล็ด เมล็ดแข็งรูปเกือกม้า
แหล่งที่พบ ย่านางเป็นพืชที่พบในแหล่งธรรมชาติ ป่าทั่วไปที่มีความชุ่มชื้น บริเวณป่าผสมผลัดใบ ป่าดงดิบ และป่าโปร่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งภาคอื่นๆ ก็มีกระจายทั่วไป

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ย่านาง

ย่านางนับว่าเป็นผักที่มีประโยชน์อีกชนิดหนึ่ง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้ในการประกอบอาหารพื้นบ้านไทยหลายๆ ตำรับ ในใบย่านางมีวิตามินเอและซีสูง นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอื่นๆ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไฟเบอร์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน และไนอะซีน สำหรับสรรพคุณในทางยา ย่านางถือเป็นยาเย็น มีความโดดเด่นด้านการดับพิษและลดไข้ โดยรากใช้แก้ไข้ทุกชนิด เช่น ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด สุกใส ไข้กาฬ ขับกระทุ้งพิษไข้ ถอนพิษผิดสำแดง และแก้เบื่อเมา ส่วนใบและเถา จะใช้แก้ไข้ ลดความร้อน และแก้พิษตานซาง รากย่านางเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือยา5 ราก หรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่ มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ร่วมกับรากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา และรากมะเดื่อชุมพร

          เมื่อศึกษาถึงองค์ประกอบทางเคมี ในรากย่านางส่วนใหญ่เป็นอัลคาลอยด์ในกลุ่ม isoquinoline ในใบประกอบด้วยสารโพลีแซคคาไรด์ สารโพลีฟีนอล แคลเซียมออกซาเลท และอัลคาลอยด์กลุ่ม isoquinoline สำหรับการศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของย่านาง ยังมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ยังไม่พบรายงานการวิจัยในคน โดยพบว่าย่านางมีฤทธิ์ลดไข้ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย Plasmodium falciparum แก้ปวด ลดความดันโลหิต ต้านเชื้อจุลชีพ ต้านการแพ้ ลดการหดเกร็งของลำไส้ ต้านการเจิญของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเอนไซม์ acetylcholinesterase และมีฤทธิ์อย่างอ่อนๆ ในการต้านอนุมูลอิสระ

การศึกษาด้านความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดน้ำจากทั้งต้นและสารสกัด 50%  เอทานอลจากใบไม่เป็นพิษต่อหนูแรท แต่การป้อนรากย่านางในขนาดสูง มีความเป็นพิษทำให้สัตว์ทดลองตาย

จะเห็นว่าย่านางเป็นสมุนไพรในครัวเรือนอีกชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ ปัจจุบันมีการแนะนำการใช้น้ำคั้นจากใบย่านางดื่มเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย โดยนักวิชาการสาธารณสุขด้านการแพทย์ทางเลือก รวมทั้งมีการรวบรวมประสบการณ์การใช้น้ำคั้นจากใบย่านางในการรักษาโรค เรื้อรังต่างๆ มาเผยแพร่ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของย่านางยังมีไม่มากนัก ยังไม่พบรายงานการศึกษาทางคลินิก รวมทั้งข้อมูลด้านความเป็นพิษในคน ดังนั้นการใช้ย่านางรักษาโรคอื่นๆ นอกเหนือจากแก้ไข้ซึ่งมีประวัติการใช้มาเนิ่นนานแล้ว จึงควรระมัดระวังและมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการใช้ในการรักษาโรค เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เว็บไซต์ที่ผู้คนนิยมใช้มากที่สุด

ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมากมาย โดยแต่ละเว็บจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีกิจกรรมหลายอย่างที่ทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ต้องกลับเข้ามาอีกบ่อยๆ ซึ่งเว็บไซต์ของต่างประเทศมักจะเป็นต้นแบบที่ดี ที่ทำให้เว็บไซต์ไทยทั้งหลายเจริญรอยตามอย่างรวดเร็ว ก็อย่างที่ทาง IT BillBoard ได้เคยนำเสนอไปแล้วถึง 2 ครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน เราจะแนะนำเว็บไซต์ยอดนิยมให้คุณๆ ได้รู้จักกันมากขึ้น
อันดับที่ 17: Youku ฝาแฝดของ youtube จากแดนมังกรที่ชาวไซเบอร์ในจีนใช้ดูคลิปต่างๆ และด้วยจำนวนประชากรบนโลกออนไลน์ของจีนหลักหลายร้อยล้านคนทำให้ youku ติดอันดับที่ 17 ได้ไม่ยาก Youku.com อิงค์เป็นผู้นำด้านอินเทอร์เน็ตของ บริษัท โทรทัศน์จีน. ภารกิจของเราคือการเป็นแหล่งหลักของเนื้อหาวิดีโอของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจีนเปิดการใช้งานในทุกอุปกรณ์ Youku มีการรวมกันของเนื้อหาที่เป็นมืออาชีพได้รับใบอนุญาตเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างและเนื้อหาเว็บด้วยตนเองที่ผลิตวิดีโอ. ตาม iResearch, Youku ดึงดูดประมาณ 203 ล้านบาทผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันรายเดือนจากบ้านและสำนักงานและ 61 ล้านบาทผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันรายเดือนจากร้านอินเตอร์เน็ตในกันยายน 2010 Youku มีหุ้น 40% ของเวลาที่ผู้ใช้ทั้งหมดใช้เวลาดูวิดีโอออนไลน์ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจีนในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2010 ตาม iResearch. Youku เปิดตัวในเดือนธันวาคม 2006
• Unique visitors (users): 160,000,000
• Page views: 3,600,000,000


อันดับที่ 16: Twitterแน่นอนว่าบริการ micro-blogging ที่โตวันโตคืนรายนี้ย่อมไม่สามารถหลุดจากผังไปได้ ซึ่ง Twitter ก็สามารถไต่มาอยู่ที่อันดับที่ 16 ตามโผของ Google ได้อย่างไม่น่าประหลาดใจ Twitter.com เป็นบริการส่งข้อความเป็นประโยคสั้นๆ ที่คุณส่งไปนั้นจะเป็นการบอกว่า คุณ กำลังทำอะไรอยู่? ในตอนนั้น เพื่อเป็นบันทึก ณ. ช่วงเวลานั้นว่าคุณทำอะไรอยู่ ลงไปในเว็บไซต์ของ Twitter.com เช่น "กำลังจะกินข้าว" "กำลังจะออกจากบ้าน" เป็นต้น และเมื่อคุณส่งประโยคสั้นๆ ไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่คุณมีเวลา และสามารถทำได้ เมื่อกลับมาอ่านมัน ข้อความทั้งหมด มันจะก็จะสามารถประติดประต่อ บอกเรื่องราวว่าคุณทำอะไรไปบ้างช่วงวันหนึ่งๆ ซึ่งจะสะดวกกว่าการ มานั่งหลังคดหลังแข็งมานั่งเขียนบล็อก ทั้งวัน นี้แหละที่ Twitter.com เลยเข้ามาทดแทนและช่วยให้คนไม่ชอบเขียน บล็อก หันมาใช้บริการพวกนี้เยอะมากขึ้นแต่สิ่งหนึ่งที่มาช่วยให้ Twitter มีประโยชน์ และสนุกมากขึ้น ก็คือ คุณสามารถติดตาม (Follow) คนอื่นๆ ที่เค้าเขียนข้อความลงไปใน Twitter ของเค้าได้ ว่าเค้าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ โดยเมื่อคุณ ติดตาม (Follow) เค้าแล้ว เมื่อคนนั้นเค้าทำอะไรและพิมพ์อะไรลงไปใน Twitter คุณก็ได้รับข้อความเหล่านั้นด้วยไปพร้อมๆ กัน และก็สามารถติดตามได้ทีละหลายๆ คน ซึ่งก็จะทำให้คุณทราบว่าเค้าเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้นทันที จะเห็นว่า Twitter ก็เริ่มกลายเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูล (Broadcast) ของคนๆ หนึ่ง ไปยังคนหลายๆ คนได้ง่ายๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญคือ คุณสามารถส่งข้อความเข้า Twitter ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆ ผ่าน SMS หรือ WAP โดยเข้าไปที่ http://m.twitter.com/ ดังนั้นไม่ว่าคุณอยู่ไหนก็ตาม ที่คุณมีโทรศัพท์มือถือ คุณก็สามารถส่งข้อความเข้า Twitter ได้ง่ายๆ
• Unique visitors (users): 160,000,000
• Page views: 6,000,000,000


อันดับที่ 15: WordPress  แพลทฟอร์มสำหรับการเขียน blog ที่คนทั้งโลกใช้เผยแพร่ข่าวสาร ความคิดเห็นต่างๆ และแน่นอนว่าถ้าไม่มี wordpress คุณผู้อ่านก็คงจะได้เห็น thumbsup ในรูปแบบที่ต่างไปจากตอนนี้เช่นกัน WordPress ได้รับการพัฒนาและเขียนชุดคำสั่งมาจากภาษา PHP (เป็นภาษาโปรแกรมมิ่งตัวหนึ่ง) ทำงานบนฐานข้อมูล MySQL  ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับจัดการฐานข้อมูล มีหน้าที่เก็บ เรียกดู แก้ไข เพิ่มและลบข้อมูล  การใช้งาน WordPress ร่วมกับ MySQL อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตใช้งานแบบ GNU General Public License
WordPress ปรากฏโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อปี พ.ศ. 2546 (2003) เป็นความร่วมมือกันระหว่าง Matt Mullenweg และ Mike Littlej มีเว็บไซต์หลักอยู่ที่ http://wordpress.org/ และยังมีบริการ Free Hosting (พื้นที่สำหรับเก็บทุกอย่างของเว็บ/บล็อก) โดยขอใช้บริการได้ที่ http://wordpress.com/
ปัจจุบันนี้ WordPress ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านเว็บบล็อกไปแล้ว แซงหน้า CMS ตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Drupal , Mambo และ Joomla สาเหตุเป็นเพราะ ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่อง Programing มีรูปแบบที่สวยงาม อีกทั้งยังมีผู้พัฒนา Theme (รูปแบบการแสดงผล) และ Plugins (โปรแกรมเสริม) ให้เลือกใช้ฟรีอย่างมากมาย
นอกจากนี้ สำหรับนักพัฒนา WordPress ยังมี Codex เอาไว้ให้เราได้เป็นไกด์ไลน์ เพื่อศึกษาองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน สำหรับพัฒนาต่อยอด หรือ นำไปสร้าง Theme และ Plugins ขึ้นมาเองได้อีกด้วย หนำซ้ำ ยังมีรุ่นพิเศษ คือ WordPress MU สำหรับไว้ให้ผู้นำไปใช้ สามารถเปิดให้บริการพื้นที่ทำเว็บบล็อกเป็นของตนเอง เพื่อให้ผู้อื่นมาสมัครขอร่วมใช้บริการในการสร้างเว็บบล็อก ภายใต้ชื่อโดเมนของเขา หรือที่เรียกว่า Sub-Domain
• Unique visitors (users): 170,000,000
• Page views: 1,000,000,000


อันดับที่ 14: Adobe ผู้นำทางด้านซอฟท์แวร์ที่กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกออนไลน์จนแทบจะขาดไม่ได้แล้ว หนึ่งในซอฟท์แวร์ที่ทุกคนรู้จักดีก็คือ Adobe Flash ที่ทำให้เว็บดูมีสีสันนั่นเองอะโดบีซิสเต็มส์ (Adobe Systems) เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองแซนโฮเซในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1982 โดย จอห์น วอร์น็อก และ Charles Geschke หลังจากลาออกจากห้องวิจัย Xerox PARC เพื่อพัฒนาภาษาในการแสดงผลที่ชื่อ โพสต์สคริปต์ อะโดบีเริ่มมีชื่อเสียงเมื่อแอปเปิล คอมพิวเตอร์ซื้อสิทธิ์ในการใช้งาน PostScript ไปใช้กับเครื่องพิมพ์ LaserWriter ของตนเอง หลังจากนั้น Adobe มีซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับกราฟิกหลายชนิด และเข้าซื้อกิจการบริษัท แมคโครมีเดีย เมื่อปี 2005 นอกจากนี้อะโดบี ติดอันดับบริษัทดีเด่นที่น่าทำงานด้วยหลายปีติดต่อกัน จัดอันดับโดยนิตยสารฟอรบส์ชื่อ Adobe มีที่มาจากลำธารอะโดบีซึ่งไหลผ่านบ้านของผู้ก่อตั้ง และคำว่า adobe เองในภาษาอังกฤษมีคำหมายถึงดินเหนียวที่ใช้ในงานศิลปะ
• Unique visitors (users): 170,000,000
• Page views: 1,000,000,000


อันดับที่ 13: Taobao เว็บไซต์ขายของออนไลน์หรือฝาแฝดของ eBay นั่นเอง ด้วยปัจจัยด้านฐานผู้ใช้ชาวจีน ความหลากหลายของสินค้า ราคาและการเติบโตของตลาด e-commerce ทำให้ Taobao สามารถไต่ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 13 แซงหน้าหลายๆ เว็บไปได้ไม่ยากนักเวป Taobao นี้เป็นศูนย์รวมของสินค้าที่ผลิตในจีน และ สินค้า Brand name หลายๆยี่ห้อที่มีชื่อเสียงทั่วโลกที่ผลิตในจีน และ ต่างประเทศ ขายในราคาที่ถูกกว่าราคาห้างประมาณ 30-50%
จุดเด่นที่ทำให้ราคาสินค้าของ Taobao ถูกกว่าราคาห้าง หรือร้านขายปลีก เพราะเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อโดยตรง โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา ค่าเช่าร้านหรือพื้นที่ ค่าจ้างพนักงาน และค่าดำเนินการในการบริหารการขายสินค้า ซึ่งทำให้ต้นทุนสินค้าราคาลดลงไปมาก อย่างน้อยมี 20-30%
นี่เป็นจุดเด่นของ Taobao ซึ่งดีกว่าบริษัท eBay ต่างๆในต่างประเทศที่ขายสินค้าตามราคาตั้งตามท้องตลาด ไม่ใช่ราคาจริงที่ควรจะเป็นตามหน้าโรงงานที่ผมชี้แจงด้านบน
อีกจุดเด่นคือ มีสินค้าทุกอย่างที่คุณอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย Passport ของงาน Expo การประมูลซื้อขายตั๋วคอนเสริต ตั๋วภาพยนตร์ ตั๋วรถไฟที่หาซื้อไม่ได้เพื่อเก็งกำไร แม้กระทั่งการรับจ้างเป็นคนปั่น Twitter ในฉบับจีน เพื่อให้คุณเป็นคนเด่นในสังคม online
วิธีซื้อขายสินค้าใน Taobao ก็แสนง่าย เพียงแต่คุณกดเชื่อมจากหน้าเวป Taobao เข้าไปยังเวปสินค้าที่คุณต้องการซื้อ หน้าเวปของสินค้าจะแสดงราคาสินค้าพร้อมราคาค่าจัดส่งให้คุณพิจารณา พร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาของสินค้า สรรพคุณของสินค้าตลอดจนใบรับประกันคุณภาพสินค้าที่สินค้านี้ได้รับถ้ามี เพื่อให้คุณแน่ใจในการซื้อ
• Unique visitors (users): 190,000,000
• Page views: 30,000,000,000


อันดับที่ 12: Ask.com เว็บไซต์สำหรับการถาม-ตอบที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเว็บ Ask.com ในวัย 15 ปียังมีการเติบโตและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้ใช้ทั่วโลก ASK.com ? เป็นบริการ Search Engine หนึ่งที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ เนื่องจากตั้งชื่อ Web ได้ค่อนข้างสื่อความหมายเป็นอยางมาก เพราะอยากรู้อะไรนะเหรอ ถามเว็บไซต์ ASK (เหมือนถามคำถามยังเว็บบราวเซอร์ อย่างไรอย่างนั้น) ซึ่งหากนับตำแหน่งในตลาด Search Engine นั้น ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 4 เป็นรอง จาก Google Yahoo และ MSN Search เท่านั้น เราลองมาเปิดใจดูหน่อย ว่า Search Engine ที่ชื่อ ASK.com มีดีอะไร และมีข้อแตกต่างอย่างไรเมื่อเทียบกับ Search Engine อัีนดับหนึ่งอย่าง Google ไม่แน่ คีย์เวริ์ด บางคำที่เราค้นหา อาจค้นหาไม่พบหรือไม่ตรงใจจากการ Search จาก Google แต่อาจพบใน ASK.com ก็เป็นไปได้
• Unique visitors (users): 210,000,000
• Page views: 2,000,000,000


อันดับที่ 11: QQ บริการแช็ตจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีฐานผู้ใช้ที่ออนไลน์พร้อมกันกว่า 100 ล้านคน และมีผู้ใช้ทั้งหมดกว่า 637 ล้านคน (ข้อมูลไตรมาส 3 ปี 2010) ทำให้ QQ กลายเป็นสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ซึ่ง QQ มีเจ้าของเป็น Tencent ยักษ์ใหญ่จากจีนนั่นเองคิวคิว คือ โปรแกรมแชท เอาไว้คุยกับเพื่อนซี้ ผ่านอินเตอร์เน็ต รับส่งข้อความทันใจ มี สนุก! คิวคิว ไว้เม้าท์เพื่อนซี้ กับ แก๊งค์ไหนๆ ก็ถูกใจไม่เหงา 24 ชั่วโมง ฟรี!!!
สนุก! คิวคิว มีให้เลือกเล่น 2 แบบ
1. โปรแกรมแชทสนุก! คิวคิว คือ โปรแกรมที่ต้องทำการดาวน์โหลด และติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีลูกเล่นโดดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หาเพื่อนง่าย ส่งไฟล์ให้เพื่อน หรือ สนทนาด้วยกล้องและไมค์ และอีกมากมาย
2. คิวแชทบาร์ คือ โปรแกรมแชท เอาไว้คุยกับเพื่อนซี้ หรือหาเพื่อนใหม่ ผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้ยุ่งยาก รับส่งข้อความทันใจ มี สนุก! คิวคิว ไว้ใช้เม้าท์เพื่อนซี้ กับแก๊งค์ไหนๆ ก็ถูกใจ ไม่เหงาตลอด 24 ชั่วโมง
• Unique visitors (users): 280,000,000
• Page views: 44,000,000,000


อันดับที่ 10: Microsoft แน่นอนว่ายักษ์ใหญ่แห่งโลกไอทีรายนี้คงไม่สามารถหลุดจากผังไปได้ง่ายๆ ด้วยบริการที่คนทั้งโลกคุ้นเคยจำนวนมากมายทำให้ Microsoft ยังคงเป็นอีกหนึ่งไอคอนของโลกไซเบอร์ได้สบายๆไมโครซอฟท์ แนสแด็ก: MSFT เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก[ต้องการแหล่งอ้างอิง] โดยมียอดขายประมาณ 4 แสนล้านบาท และพนักงานประมาณ 57,000 คน ใน 90 ประเทศทั่วโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เมืองเรดมอนด์ (ห่างจากเมืองซีแอตเทิล ประมาณ 22 กม.) มลรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ไมโครซอฟท์ผลิต พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นหลัก โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ขายดีติดอันดับคือระบบปฏิบัติการชื่อไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และซอฟต์แวร์สำหรับสำนักงานชื่อไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ นอกจากนั้นแล้วไมโครซอฟท์ยังได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดอื่นๆ เช่น สถานีโทรทัศน์ MSNBC เว็บไซต์ MSN และรวมถึงสารานุกรมไมโครซอฟท์ เอ็นคาร์ตา. ไมโครซอฟท์ยังได้ทำตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น ไมโครซอฟท์ เมาส์ ไมโครซอฟท์ คีย์บอร์ด ไมโครซอฟท์ ฮารด์แวร์ ไมโครซอฟท์ LifeCam รวมถึงเครื่องเล่นต่างๆเช่น เครื่องเล่นวีดีโอเกม Xbox MSN TV และ Zune เป็นต้น
• Unique visitors (users): 340,000,000
• Page views: 2,700,000,000


อันดับที่ 9: Bing บริการค้นหาจาก Microsoft ที่หลายๆ คนให้ความสนใจและเชื่อถือ ประกอบกับการผลักดันทุกรูปแบบจากบริษัทแม่ ทำให้ Bing กลายเป็นอีกบริการของ Microsoft ที่ขยายฐานผู้ใช้ออกไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องนอกจากกูเกิลที่ใช้หาข้อมูลกัน แล้ว ยังมี search engine อีกหลายเจ้าที่หาเก่งไม่แพ้กูเกิลอย่าง bing.com คุณจะพบข้อมูลบางอย่างที่ไม่มีในกูเกิล
   คงสังเกตเห็นกันแล้วนะครับว่ากูเกิลมักออกแบบโลโก้ของตัวเองตามเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นตรงกับแต่ละวันอย่างเช่น วัน Equinox Day หรือเมื่อไม่กี่วันก่อนเป็นวันพบฟอสซิลที่เป็นหลักฐานยืนยันมนุษย์กับลิงมีสายวิวัฒนาการร่วมกัน
    ไมโครซอฟท์ก็คงคิดแล้วว่าน่าจะหาอะไรมาเป็นกิมจิ เอ๊ย กิมมิกให้คนใช้เสิร์จเอ็นจิ้น Bing เสียเวลาเล่น และได้ผลเสียด้วยซิแทนที่ผมจะเริ่มค้นหาเรื่องที่ต้องการ ดันอยากรู้ว่าภาพที่เป็น Theme ของBing วันนั้นคือที่ไหน อย่างภาพเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนนี้เป็นภาพหมู่บ้านซินเก เทอร่า แถวชายฝั่งริเวียร่า อิตาลี
   Themeภาพแต่ละวันจะเปลี่ยนไปและมีช่องสี่เหลี่ยมเล็กกระจายอยู่สองสามแห่งให้คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมแทนที่จะได้หาข้อมูล กลายเป็นอ่านสถานที่เพลินไป
• Unique visitors (users): 340,000,000
• Page views: 11,000,000,000


อันดับที่ 8: Baidu อีกหนึ่งแฝดในจีนที่แย่งตำแหน่งจากยักษ์ฝั่งตะวันตกได้อย่างน่าจับตามอง ซึ่งบริการค้นหาอันดับหนึ่งของจีนรายนี้มีทั้งการเติบโตของผู้ใช้ และบริการใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ Baidu ขึ้นมายืนอยู่ที่อันดับ 8 ได้อย่างรวดเร็วเว็บไป่ตู้เป็นเว็บเสิร์ชของจีน แต่มีการแบ่งการค้นหาที่ละเอียดมาก แบ่งได้เป็นหกหมวดใหญ่ๆ คือ ข่าว เว็บเพจ เว็บบอร์ด ความรู้ทั่วไป MP3 และ รูปภาพ
จากหมวดใหญ่ก็ยังมีหมวดย่อยให้เลือกหาอีกมากมาย โดยเฉพาะหมวด MP3 สามารถหาโหลดเพลง หรือดูหนังโรงได้(มีแค่เสียงอังกฤษ ซับจีนนะจ๊ะ) หรือจะหาเนื้อเพลง เอ็มวีก็มีให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะเพลงที่ดังๆในประเทศจีนขณะนั้น จะมีให้เลือกดูมากเป็นพิเศษ
จุดประสงค์ที่เขียนขึ้นมาก็เพราะว่า เราคิดว่าถ้าเราหาเพลงให้เพื่อนๆฟัง เพื่อนก็จะฟังได้แค่เพลงที่มีคนหาให้แล้วเท่านั้น ไม่สามารถเลือกฟังได้มากกว่านี้ แต่ถ้าเพื่อนๆหาเพลงเองได้ เพื่อนๆก็จะสามารถเลือกฟังเพลงได้ตามที่ต้องการ
บทความนี้จะเกี่ยวกับการหาข้อมูลต่างๆในเว็บไป่ตู้ตามที่สมองน้อยๆของเราจะสามารถอธิบายได้
อืม ลืมบอกไป เว็บนี้มีประโยชน์มากสำหรับเด็กน้อยตาดำกระเป๋าเงินแฟบอย่างพวกเราๆท่านๆทั้งหลาย แต่มันเป็นแหล่งที่ทำให้ค่ายเพลงหรือร้านเพลงในจีนต้องประสบภาวะขาดทุนเพราะไม่มีใครไปซื้อเพลงมาฟัง เพราะมัวแต่ไปโหลดเพลงจากไป่ตู้กันหมด หรือพูดง่ายๆคือ ความจริงแล้วการโหลดเพลงพวกนี้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของพวกค่ายเพลงทั้งหลาย ทางค่ายเพลงก็ไม่นิ่งแน่ใจ ได้ทำการฟ้องทางเว็บไป่ตู้หลายครั้ง แต่เว็บไป่ตู้ก็ยังทำหน้าที่ของตนได้ตามเดิมอยู่ ฮ่าๆ

• Unique visitors (users): 340,000,000
• Page views: 110,000,000,000


อันดับที่ 7: Blogspot แพลทฟอร์มสำหรับการเขียน blog จาก Google ที่มาเป็นรายแรกๆ และผูกกับบริการอื่นๆ ของ Google ทำให้สะดวกในการใช้งานและยังคงได้รับความนิยมจาก blogger อย่างเหนียวแน่นบล็อก (Blog) เป็นคำย่อมาจากศัพท์ว่า Weblog ที่เกิดจากการรวมกันของคำสองคำคือ
Web หมายถึง เว็บไซต์
Log หมายถึง บันทึก
และเมื่อรวมมากันเป็น Weblog แล้วก็หมายถึง เว็บสำหรับเก็บบันทึก
บล็อกถือว่าเป็นเว็บไซต์รูปแบบหนึ่งที่ผู้เขียนสามารถจดบันทึกในสิ่งที่สนใจ ซึ่งอาจใช้สำหรับเก็บบันทึกเรื่องราวส่วนตัวเป็นไดอารีออนไลน์ เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ หรือนำเสนอบทความที่มีเนื้อหาเฉพาะด้าน
โดยตามปกติแล้วเนื้อหาที่ได้บันทึกลงไปในครั้งล่าสุดจะถูกนำไปแสดงไว้ที่หน้าแรกให้โดยอัติโนมัติเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถติดตามเนื้อหาใหม่ได้สะดวก นอกจากนี้ผู้เขียนยังสามารถจัดหมวดหมู่แบ่งประเภทของเนื้อหาได้อีกด้วย
จุดเด่นของบล็อกก็คือ การที่ผู้เขียนมีอิสระในการสร้างบทความของตน และในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้แสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหานั้นได้ในกรณีที่เจ้าของบล็อกอนุญาติอีกด้วย ซึ่งบล็อกจะแตกต่างจากเว็บบอร์ดตรงที่ผู้เขียนบทความสามารถดูแลการนำเสนอเนื้อหาของตนได้อย่างสะดวก
• Unique visitors (users): 410,000,000
• Page views: 5,400,000,000


อันดับที่ 6: MSN เจ้าแห่งโลกออนไลน์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมาเนิ่นนาน ประกอบกับกลยุทธ์ในการผนวกเข้ากับบริการและซอฟ์แวร์ต่างๆ ของ Microsoft และฐานพันธมิตรที่แข็งแกร่งทำให้ MSN ยืนหยัดในอันดับต้นๆ ได้อย่างสง่างาม MSN Messenger คืออะไร? อยากรู้ก็ลองอ่านดูนะคะ เจ้า MSN MESSENGER หรือที่ เราชอบเรียกกันว่า MSN เนี่ย มันก็คือ โปรแกรมส่งข้อความข้าม ระบบเน็ทเวิร์ค แบบทันทีทันใดไงล่ะคะ เราสามารถสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับความสะดวกและรวดเร็วค่ะ (^w^)
    ทำไมเจ้า MSN ถึงยอดฮิต? เหตุผลที่เจ้า MSN ยอดฮิตก็เนื่องจากความง่ายของการใช้งาน เพียงคุณแค่มี E-MAIL ของ HOTMAIL หรือ MSN คุณก็สามารถเล่นเจ้า MSN ได้ทันที แถมมันยังผนวกกับ E-MAIL ของเราซะอีกนะคะ โดยที่..เมื่อใดก็ตามที่มีเมล์ เข้ามาถึงเรา เจ้า MSN มันก็จะแจ้งให้คุณทราบทันที นอกจากนั้น ความเร็วของการรับและส่งข้อความระหว่างกันก็ทำได้อย่างรวดเร็วด้วย หน้าตาโปรแกรมที่สวยงาม แถมเวอร์ชันใหม่ เรายังสามารถใส่รูปของเราได้หลากหลายอีกด้วย! แจ๋วจริงๆเลย (^0^)
• Unique visitors (users): 450,000,000
• Page views: 15,000,000,000


อันดับที่ 5: Wikipedia แพลทฟอร์มเปิดสำหรับการสร้างฐานข้อมูลที่คนทั้งโลกช่วยกันอัพเดทรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ จนกลายเป็นแหล่งอ้างอิงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและไม่มีแนวโน้มจะแผ่วลงง่ายๆวิกิพีเดีย คือสารานุกรมเสรีออนไลน์ที่ทุกคนสามารถช่วยกันแก้ไขได้ คำว่า Wikipedia เป็นคำผสมมาจากคำว่า wiki และ encyclopedia โดยคำว่า wiki มาจากรากศัพท์ของภาษา Hawaiian แปลว่า quick รวมความจึงได้ว่าเป็นสารานุกรมที่สามารถสร้างขึ้นได้รวดเร็ว
โครงการวิกิพีเดียเริ่มเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2544 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์กรที่ไม่หวังผลกำไรทางธุรกิจ Wikimedia Foudation
ในส่วนของเรื่องรูปแบบการอนุญาตสิทธิ์ในเนื้อหา วิกิพีเดียถือว่าเป็นเนื้อหาแบบเสรีอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์ GNU Free Documentation License (GFDL)
GFDL มีลักษณะเป็นสัญญาเปิดกว้างทางการใช้งาน ที่เรียกว่า copyleft โดยยินยอมให้ผู้อื่นสามารถนำข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้ได้ฟรี โดยที่ผู้สมทบงานแต่ละคนยังมีสิทธิ์ในผลงานของตน และมีเงื่อนไขว่า ผลงานที่สร้างใหม่ต้องใช้สัญญาอนุญาติสิทธิ์ GFDL เช่นกัน ผลงานที่สร้างใหม่สามารถใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ แต่ถ้ามีการขายจำนวนมากอาจจะมีเงื่อนไขอื่นตามมา อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาอนุญาตสิทธิ์ที่ GNU Free Documentation License
• Unique visitors (users): 490,000,000
• Page views: 7,000,000,000


อันดับที่ 4: Live.com จากยักษ์ใหญ่ Microsoft ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของ MSN และผนวกบริการต่างๆ เข้าด้วยกันทำให้เกิด synergy ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างค่อนข้างครบถ้วนวินโดวส์ไลฟ์ (อังกฤษ: Windows Live) คือชื่อเรียกกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านบริการที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์ ซึ่งบางส่วนนั้นยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา และมีบางส่วนที่ได้เปลี่ยนชื่อจากเอ็มเอสเอ็นเดิม เพื่อเป็นการรวมเซอร์วิสเข้าด้วยกัน โดยไมโครซอฟท์หวังว่าจะช่วยในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่างกูเกิลได้ดีขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในวินโดวส์ไลฟ์นั้น จะเข้าถึงผ่านเว็บเบราว์เซอร์ และข้อมูลมักจะเก็บอยู่ด้านเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มี วินโดวส์ไลฟ์ สเปซเซส วินโดวส์ไลฟ์ ฮอตเมล หรือวินโดวส์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์ เป็นต้นที่ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อวินโดวส์ไลฟ์ โดยส่วนใหญ่นั้นยังอยู่ในระยะพัฒนา แต่ปัจจุบันมีทั้งหมด 12 เซอร์วิสแล้วที่ได้ออกจากระยะพัฒนาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นส่วนให้บริการของเอ็มเอสเอ็น ที่ได้ถูกแทนที่ด้วยส่วนบริการของวินโดวส์ไลฟ์แทน
• Unique visitors (users): 550,000,000
• Page views: 36,000,000,000


อันดับที่ 3: Yahoo แม้จะเจอมรสุมรอบด้านจากยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ แต่ Yahoo ก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่บนโลกออนไลน์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ด้วยศึกที่กำลังร้อนแรงขึ้นทุกด้านทำให้น่าจับตามองว่า Yahoo จะสามารถรักษาอันดับของตนเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่นได้อย่างไรคือเว็บไซต์ที่ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตมากมาย เช่น ฟรีอีเมล (yahoo mail)  บริการเว็บไดเรกทอรี่ บริการจับจ่ายซื้อของ การบริการสืบค้นข้อมูล Yahoo! News, Yahoo! Photos ฯลฯ คะ Yahoo! สมุดจดที่อยู่ เป็นโปรแกรมจัดการทางออนไลน์กับบุคคลติดต่อ ที่คล้ายกับกระดาษจดหรือสมุดจดที่อยู่บนเดสก์ทอป แต่ต่างกันที่มีคุณลักษณะและฟังก์ชั่นที่หลากหลายกว่า โดยใช้เป็นที่เก็บข้อมูลทั้งหมดของคุณ ที่ใช้ในการติดต่อบุคคลและบริษัทต่างๆ เนื่องจากสมุดจดที่อยู่นี้เป็นแบบออนไลน์ คุณจึงสามารถเข้าใช้ได้เมื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าคุณจะอยู่ในบริเวณใดของโลกก็ตาม
นอกจากคุณจะสามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์แบบ Yahoo! สมุดจดที่อยู่ ช่วยให้คุณสามารถจัดหมวดหมู่รายชื่อบุคคลที่ติดต่อ ค้นหาข้อมูลที่ต้องการ หรือเรียกดูรายการย่อยต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถสร้างรายการแจกจ่าย เพื่อใช้ในการส่งอีเมลถึงผู้รับได้มากถึง 100 รายในแต่ละครั้ง โดยกดปุ่มเมาส์เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
Yahoo! สมุดจดที่อยู่ ยังช่วยให้คุณทราบข้อมูลของบุคคลที่คุณติดต่อ พร้อมกับติดต่อสื่อสารกับบุคคลเหล่านี้ได้ ในการส่งอีเมลด้วย Yahoo! เมล ให้คลิกที่ที่อยู่อีเมลแต่ละรายการ ใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น แผนที่ หรือสมุดหน้าเหลือง เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งสถานที่อยู่ของบุคคลที่ติดต่อรายนั้น หรือค้นหาธุรกิจที่มีที่ตั้งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของบุคคลที่ติดต่อเหล่านี้

• Unique visitors (users): 660,000,000
• Page views: 77,000,000,000


อันดับที่ 2: Youtube บริการดูคลิปบนโลกออนไลน์ที่แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักแล้วในวันนี้ แม้จะโดนปิดกั้นการใช้งานในจีนจนทำให้เสียฐานผู้ใช้ไปหลักร้อยล้านราย แต่ youtube ก็ยังสามารถผงาดขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 2 ของโลกได้อย่างมั่นคงเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการแลกเปลี่ยนภาพวิดีโอระหว่างผู้ใช้ได้ฟรี โดยนำเทคโนโลยีของ Adobe Flash มาใช้ในการแสดงภาพวิดีโอ ซึ่งยูทูบมีนโนบายไม่ให้อัปโหลดคลิปที่มีภาพโป๊เปลือยและคลิปที่มีลิขสิทธิ์ นอกเสียจากเจ้าของลิขสิทธิ์ได้อัปโหลดเอง 
เมื่อสมัครสมาชิกแล้วผู้ ใช้จะสามารถใส่ภาพวิดีโอเข้าไป แบ่งปันภาพวิดีโอให้คนอื่นดูด้วย  แต่หากไม่ได้สมัครสมาชิกก็สามารถเข้าไปเปิดดูภาพวิดีโอที่ผู้ใช้คนอื่น ๆ ใส่ไว้ใน Youtube ได้  แม้จะก่อตั้งได้เพียงไม่นาน (youtube ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2005) Youtube เติบโตอย่างรวดเร็วมาก เป็นที่รู้จักันแพร่หลายและได้รับความนิยมทั่วโลก ต่อมาปี ค.ศ.2006 กูเกิ้ลซื้อยูทูบ ตอนนี้ยูทูบจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกูเกิ้ลแล้ว
• Unique visitors (users): 800,000,000
• Page views: 100,000,000,000


อันดับที่ 1: Facebook สังคมออนไลน์ที่โตวันโตคืนและมีผู้ใช้กว่า 700 ล้านคนทั่วโลกถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของโลกอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว และด้วยการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ Facebook สามารถกลายเป็นแชมป์ได้อย่างไม่มีข้อกังขา Facebook คือ  เว็บไซต์ Social Network เว็บหนึ่ง เป็นเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก การได้รับความนิยมของ Facebook อาจเนื่องมาจากบน Facebook นั้น ผู้ใช้งานสามารถใช้เพื่อติดต่อสื่อสารหรือร่วมทำกิจกรรมกับผู้ใช้งานท่านอื่นได้เช่น การเขียนข้อความ เล่าเรื่อง ความรู้สึก แสดงความคิดเห็นเรื่องที่สนใจ โพสต์รูปภาพ โพสต์คลิปวิดีโอ แชทพูดคุย เล่นเกมที่สามารถชวนผู้ใช้งานท่านอื่นมาเล่นกับเราได้ รวมไปถึงทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ แอพลิเคชั่นยังแบ่งออกเป็นหลายหมวดหมู่ เช่น เพื่อความบันเทิง เกมปลูกผักยอดนิยม เป็นต้น หรือไม่ว่าจะเป็นเชิงธุรกิจ แอพลิเคชั่นของ Facebook ก็มีให้ใช้งานเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้Facebook จึงได้รับความนิยมไปทั่วโลก
• Unique visitors (users): 880,000,000
• Page views: 910,000,000,000


จะเห็นว่าจากการจัดอันดับ 17 อันดับนี้ไม่มีรายชื่อบางเว็บที่หลายๆ คนจับตาดู โดยเฉพาะตัว Google.com เองที่น่าจะติดอันดับต้นๆ ด้วยซ้ำ ซึ่งในการจัดอันดับครั้งนี้ Google เองได้ยอมรับว่ามีการดึงบางเว็บออกจากโผ โดยเฉพาะเว็บสำหรับผู้ใหญ่, เครือข่ายโฆษณา, เว็บที่ไม่สามารถโหลดข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ รวมไปถึงบางเว็บของ Google เอง ซึ่ง Google ไม่ได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมถึงกรณีหลังสุด